TOFU / MOFU / BOFU คืออะไร

{{brizy_dc_image_alt entityId=

ถ้าคุณเคยทำบทความ SEO แล้วเจอปัญหาแบบนี้…

  • ทราฟฟิกมา แต่ไม่มีคนทัก ไม่มีลีด

  • เขียน “บทความดี” แล้ว แต่ยอดไม่ขยับ

  • ทีมขายบอกว่า “ลีดไม่ตรง” หรือ “คนยังไม่พร้อมซื้อ”

  • ทำคอนเทนต์เยอะ แต่เหมือนโยนหินลงน้ำ

ส่วนใหญ่ไม่ได้พังที่การเขียนครับ—พังที่ “จับช่วงคนอ่านผิด”

TOFU / MOFU / BOFU คือภาษาง่ายๆ สำหรับบอกว่า คนอ่านตอนนี้อยู่ขั้นไหนของการตัดสินใจ และคอนเทนต์ควรทำหน้าที่อะไรในขั้นนั้น ถ้าคุณอ่านเกมนี้ออก คุณจะเริ่มวางบทความเป็น “ระบบ” ไม่ใช่เขียนเป็นชิ้นๆ แล้วหวังให้ Google เมตตา

บทความนี้ (สไตล์ turnoffweb.com) จะพาคุณเข้าใจฟันเนลแบบใช้ได้จริง:

  • TOFU, MOFU, BOFU แปลว่าอะไร

  • คอนเทนต์แต่ละช่วงควรตอบอะไร / ไม่ควรทำอะไร

  • ตัวอย่าง keyword + โครงบทความ + CTA ที่เหมาะ

  • วิธีเอาไปจัด “โครงสร้างเว็บ” และ internal link ให้ Google เห็นความตั้งใจจริง

ทำไม TOFU/MOFU/BOFU ถึงสำคัญกับ SEO (มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด)

หลายคนมองฟันเนลเป็นเรื่องการตลาดอย่างเดียว แต่ในโลก SEO มันกระทบ 3 เรื่องใหญ่:

  1. Search Intent
    Google ไม่ได้จัดอันดับจากคำสวยอย่างเดียว มันพยายามตอบ “ความตั้งใจ” ของคนค้นหา ถ้าคีย์เวิร์ดเป็นเชิงอยากซื้อ แต่คุณเขียนเชิงให้ความรู้ลอยๆ อันดับมักขึ้นยาก หรือขึ้นแล้วคนก็ปิดทันที

  2. Behavior Signals / UX
    บทความที่ตรงจุด จะทำให้คนอ่านต่อ เลื่อนอ่าน คลิกต่อ ไม่ย้อนกลับไปหน้าเสิร์ชทันที (pogo-sticking) สิ่งพวกนี้ไม่ได้เป็น “ปุ่มลับ” ที่คุณกดได้ แต่เป็นผลลัพธ์ของการเขียนตรงจังหวะ

  3. Site Structure & Topic Authority
    เว็บที่มีคอนเทนต์ครบทั้ง TOFU/MOFU/BOFU ในหัวข้อเดียวกัน จะดูเหมือน “มีคนดูแลจริง” และสร้างภาพเป็นคลัสเตอร์ได้ง่ายกว่าเว็บที่มีแต่บทความสะเปะสะปะ

TOFU / MOFU / BOFU แปลว่าอะไร

TOFU (Top of Funnel) — ช่วงเริ่มรู้จัก / กำลังหาความรู้

นิยามสั้นๆ: คนอ่านกำลัง “เริ่มสนใจ” หรือ “เริ่มสงสัย” ยังไม่พร้อมซื้อ
โจทย์ของคอนเทนต์: อธิบายภาพรวม ทำให้เข้าใจเร็ว ลดความสับสน สร้างความเชื่อใจ

TOFU คือช่วงที่คนยังถามคำถามแบบ:

  • “คืออะไร”

  • “ทำไมถึงเกิด”

  • “ควรเริ่มยังไง”

  • “ต่างจากอะไร”

  • “เหมาะกับใคร”

ตัวอย่างคีย์เวิร์ด TOFU

  • “TOFU คืออะไร”

  • “SEO คืออะไร”

  • “พัดลม EC คืออะไร”

  • “บริการแม่บ้านรายปีคืออะไร”

  • “ทำไมฟันโยก”

สิ่งที่ TOFU ควรมี

  • คำอธิบายที่ไม่อ้อมค้อม

  • ตัวอย่างเข้าใจง่าย

  • โครงสร้างชัด (H2/H3 เป็นตรรกะ)

  • “เช็กลิสต์เริ่มต้น” หรือ “สิ่งที่ควรรู้ก่อน”

สิ่งที่ TOFU ไม่ควรทำ

  • ปิดขายแรงเกินไปตั้งแต่ต้น

  • โยนราคา/แพ็กเกจใส่หน้าคนอ่านทันที

  • เขียนยาวแบบวิชาการจนคนหลุด

มุมมองแบบมืออาชีพ: TOFU คือบทความที่ “ทำให้คนอ่านอยากอยู่ต่อ” ไม่ใช่ “ทำให้คนอ่านรีบซื้อ”

MOFU (Middle of Funnel) — ช่วงพิจารณา / กำลังเทียบทางเลือก

นิยามสั้นๆ: คนอ่านรู้ปัญหาแล้ว กำลัง “คัดตัวเลือก”
โจทย์ของคอนเทนต์: ให้กรอบตัดสินใจ (framework) เปรียบเทียบอย่างเป็นธรรม ตอบคำถามเชิงลึก

MOFU คือช่วงที่คนเริ่มถามว่า:

  • “แบบไหนดีกว่า”

  • “ต่างกันยังไง”

  • “เลือกสเปกอะไร”

  • “มีข้อควรระวังอะไร”

  • “ถ้าสถานการณ์แบบฉัน ควรเลือกแบบไหน”

ตัวอย่างคีย์เวิร์ด MOFU

  • “TOFU vs MOFU vs BOFU”

  • “EC vs AC fan”

  • “คลินิก A vs โรงพยาบาล B”

  • “กระเบื้อง SPC vs LVT”

  • “จ้างแม่บ้านรายครั้ง vs รายปี”

สิ่งที่ MOFU ควรมี

  • ตารางเปรียบเทียบ

  • เกณฑ์เลือก (criteria)

  • เคสตัวอย่าง (scenario-based)

  • คำตอบแบบ “ขึ้นกับเงื่อนไข” ไม่ใช่ชี้นิ้วว่าอะไรดีที่สุด

สิ่งที่ MOFU ไม่ควรทำ

  • บอกว่า “อันนี้ดีที่สุดสำหรับทุกคน”

  • เขียนเหมือนรีวิวอวยอย่างเดียว

  • ซ่อนข้อเสีย (คนอ่านรู้ทัน และความน่าเชื่อถือลด)

MOFU ที่ดีจะทำให้คนอ่านรู้สึกว่า “เว็บนี้ช่วยคิดแทนฉันได้” และเริ่มไว้ใจมากพอที่จะคลิกไปหน้าต่อไป

BOFU (Bottom of Funnel) — ช่วงตัดสินใจ / พร้อมซื้อหรือพร้อมคุย

นิยามสั้นๆ: คนอ่านพร้อมลงมือ ขอราคา ขอใบเสนอราคา นัดคุย
โจทย์ของคอนเทนต์: ลดความเสี่ยงก่อนซื้อ ตอบคำถามสุดท้าย ทำให้ “ตัดสินใจง่ายขึ้น”

BOFU คือช่วงที่คนถาม:

  • “ราคาเท่าไหร่”

  • “ขั้นตอนการใช้บริการ”

  • “ใช้เวลานานไหม”

  • “มีรับประกันไหม”

  • “ติดต่อยังไง”

  • “เหมาะกับหน้างานของฉันไหม”

ตัวอย่างคีย์เวิร์ด BOFU

  • “ราคา…”

  • “ค่าติดตั้ง…”

  • “แพ็กเกจ…”

  • “ใกล้ฉัน”

  • “ขอใบเสนอราคา”

  • “รีวิวบริการ + ราคา”

สิ่งที่ BOFU ควรมี

  • ขอบเขตบริการชัดเจน

  • ขั้นตอนทำงาน / ไทม์ไลน์

  • คำถามที่คนกลัวก่อนซื้อ (ความเสี่ยง)

  • หลักฐานความน่าเชื่อถือ (เคส, มาตรฐาน, รีวิวจริง)

  • CTA ชัด: “ขอใบเสนอราคา / นัดคุย / โทร / Line”

สิ่งที่ BOFU ไม่ควรทำ

  • ยืดยาวแบบสารานุกรม

  • เลี่ยงตอบราคา/ปัจจัยราคาแบบไม่ช่วยอะไร

  • ไม่มี next step ชัดเจน

BOFU ไม่ใช่หน้าขายแข็ง แต่คือหน้า “เคลียร์ข้อสงสัยสุดท้าย” ให้คนกล้าก้าวต่อ

ตารางสรุป TOFU / MOFU / BOFU แบบจำง่าย

ช่วง คนอ่านกำลังคิดอะไร เป้าหมายคอนเทนต์ รูปแบบที่เวิร์ก CTA ที่เหมาะ
TOFU “นี่คืออะไร?” ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ Guide, Definition, Checklist เริ่มต้น อ่านต่อ, ดาวน์โหลดเช็กลิสต์, ดูหมวดความรู้
MOFU “เลือกแบบไหนดี?” เปรียบเทียบ ให้กรอบตัดสินใจ Comparison, Framework, Use cases ดูเคส, ใช้เครื่องมือช่วยเลือก, ขอคำปรึกษาเบื้องต้น
BOFU “จะซื้อ/ใช้เลยดีไหม?” ลดความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ Pricing factors, Process, Proof ขอใบเสนอราคา, นัดคุย, ติดต่อทีม

คีย์เวิร์ดเดียวกัน แต่คนละช่วง = ต้องเขียนคนละแบบ

นี่คือจุดที่คนทำ SEO พลาดบ่อย: คิดว่า “หัวข้อเดียวกัน” เขียนบทความเดียวจบได้หมด
จริงๆ คุณทำได้…แต่ต้องจัดเลเยอร์ให้ถูก หรือแยกเป็นหลายหน้าแล้วทำ internal link

ตัวอย่างหัวข้อเดียวกัน: “บริการแมสเซ็นเจอร์ส่งเอกสาร”

  • TOFU: “บริการแมสเซ็นเจอร์ส่งเอกสารคืออะไร เหมาะกับใคร”

  • MOFU: “ส่งเอกสารเอง vs จ้างแมสเซ็นเจอร์ แบบไหนคุ้มกว่า”

  • BOFU: “ราคาแมสเซ็นเจอร์ส่งเอกสาร คิดยังไง + เช็กลิสต์ก่อนขอใบเสนอราคา”

ถ้าคุณเอาเรื่อง “ราคา” ไปใส่ในบทความ TOFU ตั้งแต่ย่อหน้าแรก คุณกำลังทำให้คนที่ยังไม่พร้อมซื้อรู้สึกว่า “โดนขาย” และกดปิดเร็วขึ้น

Mini-summary box: อ่านจบแล้วควรจำอะไร

TOFU = ทำให้เข้าใจ
MOFU = ทำให้เลือกเป็น
BOFU = ทำให้ตัดสินใจง่าย

ถ้าคอนเทนต์ของคุณมีครบ 3 ชั้นในคลัสเตอร์เดียวกัน คุณกำลังสร้าง “เส้นทาง” ให้คนอ่านจากรู้จัก → สนใจ → ซื้อ อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีเอา TOFU/MOFU/BOFU ไปใช้กับโครงสร้างเว็บ (ให้ Google เห็นว่าคุณคิดมาดี)

ถ้าคุณอยากให้เว็บดูเป็นระบบ (Structural Effort) ให้ทำแบบนี้:

1) สร้าง “Pillar + Cluster”

  • Pillar (หน้าหลัก): ภาพรวมใหญ่ (มักเป็น TOFU แบบรวม หรือ MOFU แบบ framework)

  • Cluster: บทความย่อยที่เจาะมุมเฉพาะ (TOFU/MOFU/BOFU แยกกัน)

2) ทำ internal link แบบมีเหตุผล

  • TOFU → พาไป MOFU (“ถ้าคุณเริ่มเข้าใจแล้ว มาดูวิธีเลือก/เปรียบเทียบ”)

  • MOFU → พาไป BOFU (“ถ้าคุณเลือกทิศทางได้แล้ว มาดูขั้นตอน/ปัจจัยราคา”)

  • BOFU → พากลับไป Pillar หรือ FAQ (“ถ้าต้องการภาพรวม/คำถามที่พบบ่อย”)

3) ทำให้คนอ่าน “คลิกต่อ” ด้วยคอนเทนต์ ไม่ใช่ปุ่ม

การแปะ “อ่านบทความอื่น” เฉยๆ ไม่ค่อยเวิร์ก
แต่ถ้าคุณเขียนประโยคแบบ:

  • “ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่าง A กับ B ลองดูตารางเทียบแบบละเอียดในหัวข้อถัดไป”
    คนจะคลิกเพราะเขารู้ว่ามันช่วยเขาจริง

Checklist box: เลือกฟันเนลให้ถูกก่อนเริ่มเขียน

ก่อนเขียนบทความทุกครั้ง ลองตอบ 5 ข้อนี้:

  1. คนค้นคำนี้ “อยากรู้” หรือ “อยากซื้อ”?

  2. เขาน่าจะมีความรู้พื้นฐานแค่ไหน?

  3. ถ้าอ่านจบ เขาควรทำอะไรต่อ?

  4. ต้องมีหลักฐาน/ตัวอย่าง/ตารางไหมถึงจะตัดสินใจได้?

  5. บทความนี้ควรลิงก์ไปหน้าไหน เพื่อพาคนอ่านไปขั้นถัดไป?

ตอบครบ = คุณจะเลือก TOFU/MOFU/BOFU ได้แม่นขึ้นมาก

FAQ: คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับ TOFU / MOFU / BOFU

1) ทำเว็บเล็ก ควรเริ่มจาก TOFU หรือ BOFU ก่อน?
ถ้าอยากเห็นผลเร็ว ให้มี BOFU อย่างน้อย 1–3 หน้า (บริการ/ราคา/ขั้นตอน) เพื่อรับดีมานด์ที่พร้อมซื้อ แล้วค่อยขยาย TOFU/MOFU เพื่อสร้างทราฟฟิกและความน่าเชื่อถือ

2) ทำ TOFU อย่างเดียวได้ไหม?
ได้ แต่คุณจะได้ “ทราฟฟิก” มากกว่า “ยอดขาย” เพราะไม่มีหน้าที่พาคนไปต่อ

3) บทความหนึ่งหน้าเป็นทั้ง TOFU และ BOFU ได้ไหม?
ทำได้ แต่ต้องจัดเลเยอร์ดีมาก: เปิดแบบ TOFU แล้วค่อยไล่ไป MOFU และจบด้วย BOFU (พร้อมสารบัญ/ลิงก์ข้ามส่วน) ไม่งั้นบทความจะเละและไม่ตรง intent

4) MOFU สำคัญจริงไหม?
สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ “ความเชื่อใจ” เกิดจากการช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่การอธิบาย

5) BOFU ต้องใส่ราคาตรงๆ ไหม?
ไม่จำเป็นต้องฟันธงเป็นตัวเลขเดียว แต่ควรบอก “ปัจจัยที่ทำให้ราคาเปลี่ยน” และให้ผู้อ่านประเมินตัวเองได้

6) จะรู้ได้ไงว่า keyword นี้เป็น TOFU/MOFU/BOFU?
ดูจากถ้อยคำ:

  • “คืออะไร/วิธี” มักเป็น TOFU

  • “เทียบ/รีวิว/สเปก” มักเป็น MOFU

  • “ราคา/ติดตั้ง/ใกล้ฉัน” มักเป็น BOFU
    และถ้าจะให้ชัวร์ ให้ดูหน้าผลค้นหาว่า Google โชว์บทความแนวไหนเยอะที่สุด

7) ถ้าเว็บมีบทความเยอะ แต่ไม่เป็นระบบ ควรแก้ยังไง?
เริ่มจัดกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ทีละหัวข้อ แล้วทำ internal link ใหม่ให้เป็นทางเดิน TOFU→MOFU→BOFU ก่อน จากนั้นค่อยรีไรท์หัวข้อที่ไม่ตรง intent

8) ทำคอนเทนต์ฟันเนลแล้ว Google จะจัดอันดับไวขึ้นไหม?
ไม่มีคำว่าไวแน่นอน แต่เว็บที่มีโครงสร้างชัด + intent ตรง + internal link ดี มัก “นิ่งและโตต่อ” มากกว่าเว็บที่ปั๊มบทความแบบไม่เป็นระบบ

สรุป: TOFU/MOFU/BOFU ไม่ใช่ศัพท์เท่ๆ แต่มันคือ “เข็มทิศ” ของคอนเทนต์ SEO

  • TOFU ทำให้คนเข้าใจและไว้ใจ

  • MOFU ทำให้คนเลือกเป็นและรู้สึกว่าคุณช่วยเขาจริง

  • BOFU ทำให้คนตัดสินใจง่ายขึ้น ลดความเสี่ยง และรู้ว่าจะติดต่อยังไง

คอนเทนต์ที่ดีไม่ใช่บทความที่เขียนเก่งที่สุด แต่คือบทความที่ “ตรงจังหวะ” ที่คนอ่านต้องการในตอนนั้น

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ